เริม

เริม หรือที่เรียกว่า เฮอร์ปีส์ (Herpes) นั้น เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ซึ่งจะมีอาการ แสบๆ คันๆ ที่บริเวณที่เป็น ร่วมกับ ตุ่มน้ำใส เป็นกลุ่ม บนพื้นสีแดง   เริมมี 2 ชนิด ชนิดแรกเป็นที่ผิวหนังในระดับที่เหนือกว่าเอว โดยมักจะเป็นที่ริมฝีปากเป็นส่วนใหญ่  แต่ที่ตำแหน่งอื่นๆ ก็เป็นได้
 
          เริมเป็นโรคที่ติดต่อโดยการสัมผัส ดังนั้น บุคคลบางอาชีพจึงอาจจะเป็นเริมที่ตำแหน่งแปลกๆ ที่พบไม่บ่อยนักได้ เช่น ที่บริเวณนิ้วมือ ในทันตแพทย์ หรือตามแขน หรือลำตัวในพวกนักมวย หรือ มวยปล้ำ   ส่วนอีกชนิดหนึ่ง นั้น มักเป็นที่บริเวณอวัยวะเพศ สะโพก ก้น หรือบริเวณทวาร  ซึ่งชนิดนี้ ถือว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
 
          การเป็นเริมนั้น ในครั้งแรก มักจะมีอาการมากกว่าในครั้งถัดๆ มา ถ้าเป็นที่ปาก ก็อาจจะมีอาการเป็นตุ่มน้ำพองเล็กๆ  ทั่วทั้งช่องปาก โดยเฉพาะที่บริเวณเหงือก มีอาการต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียงบวมโต  ในการเป็นเริมครั้งถัดๆ มา จะไม่ใช่เป็นการติดเชื้อใหม่ แต่เป็นเชื้อเดิมที่หายแล้ว และซ่อนตัวอยู่ในบริเวณปมประสาทที่อยู่ใกล้เคียง  เมื่อมีการกระตุ้น ก็จะย้อนแนวเส้นประสาทออกมาแสดงอาการที่ผิวหนัง ทำให้เริมมักจะเป็นในบริเวณเดิมที่เคยเป็นมาแล้ว  แต่อาการแสดงในครั้งหลังๆ จะมีน้อยกว่า  โดยทั่วไปแล้ว เริมสามารถหายได้เอง โดยไม่ต้องรักษา ซึ่งมักจะเป็นอยู่ประมาณ 10-14 วัน โดยที่ในระหว่างที่เป็น ผู้ที่เป็นสามารถแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นได้โดยการสัมผัส
 
           ดังที่กล่าวแล้วว่า การเป็นซ้ำของเริมนั้น เกิดเมื่อมีการกระตุ้น สำหรับการกระตุ้นนั้น พบว่ามักเกิดจากการที่มีไข้สูง ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การสัมผัสเสียดสีถูไถที่ผิวหนังในบริเวณที่เคยเป็น การไปตากแดดมาก หรือทำให้เกิดบาดแผลที่ผิวหนังในบริเวณดังกล่าว เช่นในคนไข้ที่เคยเป็นเริม แล้วไปทำการลอกหน้าด้วยสารเคมี หรือกรอผิวด้วยเลเซอร์ ก็อาจจะทำให้เริมกลับมาแสดงอาการได้ และเมื่อเริมกลับมาแสดงอาการในบริเวณที่มีแผลอยู่ ก็อาจจะมีการกระจายเป็นบริเวณกว้าง   ดังนั้น ผู้ที่เคยเป็นเริม เมื่อไปรับการทำหัตถการดังกล่าวในบริเวณที่เคยเป็น จำเป็นจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อจะได้รับยาเพื่อป้องกันไว้ก่อน การเป็นเริมซ้ำบ่อยๆ จึงอาจจะสะท้อนถึงการดูแลสุขภาพของเจ้าตัวว่ายังไม่ดีพอก็ได้
 
          คนทั่วไปที่เป็นเริม มักต้องการการรักษาตามอาการเท่านั้น เพราะเริมเป็นโรคที่หายได้เอง เว้นเสียแต่ในรายที่เพิ่งเริมแสดงอาการ หรือมีภูมิต้านทานบกพร่อง หรือไม่มีแนวโน้มที่แผลจะหายได้เอง จึงควรที่จะได้รับยาที่จำเพาะกับโรค  ร่วมไปกับการทายาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน    ในกรณีที่เป็นเริมที่บริเวณอวัยวะเพศ และเป็นซ้ำบ่อยๆ เช่นเป็นทุกเดือนหรือมากกว่า 8 ครั้งในหนึ่งปี แต่ละครั้งมีอาการเจ็บปวด หรือทำให้มีอุปสรรคในชีวิตประจำวัน การให้ยาที่จำเพาะกับเริม ในลักษณะของการใช้ต่อเนื่องเพื่อกดอาการไว้ก็ถือว่าเป็นข้อบ่งชี้ที่ทำได้ โดยควรจะต้องรับประทานติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี   แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีวิธีการรักษาเริมให้หายขาดได้  ก็ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอจึงยังเป็นความจำเป็นที่จะช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำของเริมได้


Copyright © 2014. All Rights Reserved.