รูขุมขนกว้าง

ถ้าสังเกตสักหน่อย จะเห็นว่า รูขุมขนกว้างนั้น มักจะเป็นกับคนที่ผิวหน้ามัน ยิ่งมันมากรูขุมขนก็ยิ่งดูกว้าง ตำแหน่งที่รูขุมขนดูกว้าง ก็มักจะเป็นตำแหน่งเดียวกับตำแหน่งที่มีต่อมไขมันอยู่มาก คือแถวๆ จมูก และข้างๆ จมูก รองลงมาก็เป็นที่หน้าผาก และคาง

          ทั้งนี้ก็เพราะ ร่างกายขับไขมันออกมาทางรูขุมขน เพื่อเคลือบผิวหนังและเส้นขน หรือผมให้เงางาม ดังนั้น การที่มีผิวมัน ธรรมชาติจึงให้รูขุมขนกว้างมาด้วยกัน เพื่อให้ระบายไขมันได้สะดวก และลักษณะผิว ว่าเป็นผิวมันหรือผิวแห้งนั้น กรรมพันธ์มีส่วนกำหนด ฉะนั้น การแก้ไขให้คนรูขุมขนกว้างกลายเป็นรูขุมขนแคบ จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนคนผิวมันให้เป็นคนผิวแห้งได้ อย่างไรก็ตาม ในคนที่รับประทานยาคุมกำเนิด หรือยารักษาสิวบางชนิดที่ไปลดการทำงานของต่อมไขมันลง เรามักสังเกตว่า ช่วงนั้น ดูเหมือนว่ารูขุมขนจะเล็กลง แต่เราก็คงไม่สามารถที่จะทานดังกล่าวไปเรื่อยๆ ได้เนื่องจากจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น
          นอกจากนี้ ถ้าสังเกตอีกสักหน่อยว่า ยิ่งอายุมากขึ้น รูขุมขนยิ่งดูกว้างขึ้นกว่าเดิม เพราะอะไร? คนเรายิ่งอายุมากขึ้น เนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้ผิวหนัง (collagen, elastin และ ground substance ต่างๆ) จะมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ (ประมาณว่า 1% ต่อ 1 ปี) และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเหล่านี้นี่แหละที่พยุงรูขุมขนเอาไว้ใต้ผิวหนัง การสูญเสีย เนื้อเยื่อเกี่ยวพันเหล่านี้ไป ส่งผลให้ยิ่งอายุมากขึ้น รูขุมขนยิ่งดูกว้างขึ้น ฉะนั้น ถ้าเราสามารถลดการทำลาย หรือสูญเสียเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเหล่านี้ไป หรือถ้าให้ดีกว่านั้น ถ้าสามารถเพิ่มจำนวนขึ้นมาเพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสียไปกับกาลเวลา ก็จะทำให้รูขุมขนที่กว้างดูดีขึ้น ไม่เพียงแค่นั้น ริ้วรอยต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นตามวัยก็จะดูดีขึ้นด้วย ยาทาและครีมบำรุงผิวต่างๆ ช่วยได้บ้างหรือไม่? ในทางทฤษฎี คงต้องตอบว่าได้ เพราะยาและครีมหลายชนิดมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ(ซึ่งจะลดการทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อ) กระตุ้นการสร้าง collagen และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอื่นๆ แต่การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และการใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็เป็นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเล็กน้อยจนอาจสังเกตเห็นได้ยาก โดยเฉพาะเจ้าตัว ซึ่งเห็นหน้าตัวเองทุกวัน ย่อมจะมีความคุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไป


          อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมี วิทยาการด้าน laser และแสงความเข้มข้นสูง ตลอดจนคลื่นความร้อน ที่นำมาใช้ในการทำให้ผิวหนังในชั้นหนังแท้ร้อนขึ้น (เรียกว่าทำ dermal matrix heating) โดยอาศัยความรู้ที่ว่า ความร้อนที่เพิ่มขึ้นในระดับหนึ่งจะกระตุ้นเซลล์ใต้ผิงหนังให้เปลี่ยนแปลง และสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันออกมา การรักษาด้วยเครื่องมือดังกล่าวติดต่อกันประมาณ 4-6 ครั้ง ในระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้ ทั้งในส่วนของริ้วรอย และรูขุมขนกว้าง ซึ่งจากการศึกษาเปรียบเทียบ พบว่ารูขุมขนกว้างสามารถดูดีขึ้นได้ 40-50 % โดยการใช้เครื่องมือเหล่านี้เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม เมื่อหยุดการรักษาไปประมาณ 4 เดือน รูขุมขนที่ดูดีขึ้นก็จะเริ่มดูกว้างขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะ การสลายตัวของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามอายุที่มากขึ้น ประกอบกับ เนื้อเยื่อเกี่ยวพันบางส่วนเป็นสารซึ่งละลายน้ำหรือสลายตัวไปได้ง่าย จึงจำเป็นต้องมีการกระตุ้นซ้ำประมาณ 3-4 เดือนต่อครั้งเพื่อคงผลการรักษาเอาไว้


Copyright © 2014. All Rights Reserved.