โบทูลินุม ท็อกซิน (Botulinum toxin)

   โบทูลินุม ท็อกซิน เป็นสารซึ่งสกัดมาจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Clostridium Botulinum สารดังกล่าวเป็นพิษที่เชื้อผลิตออกมา โดยออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้ให้เป็นอัมพาต หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง เชื้อนี้พบได้ทั่วไปในดิน เมื่อปนเปื้อนมาในอาหาร และถูกรับประทานเข้าไป จะทำให้เกิดอาการปากแห้ง คลื่นไส้อาเจียน ตาพร่า เห็นภาพซ้อน ต่อมาจะมีอาการกลืนและพูดลำบาก หายใจไม่ได้ ความดันโลหิตตก และเสียชีวิตในที่สุด มีการสกัดโบทูลินุม ท็อกซินมาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการทหาร โดยผลิตเป็นอาวุธชีวภาพ

          ในปีค.ศ.1973 มีการใช้โบทูลินุม ท็อกซินเพื่อประโยชน์ในการรักษาอาการตาเหล่ และอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งผิดปกติ และพบว่ารอยย่นบริเวณหัวคิ้ว และผิวหนังหายไป เหงื่อบริเวณนั้นลดลง จึงได้มีการนำมาใช้ประโยชน์ในทางผิวหนัง


          โบทูลินุม ท็อกซินออกฤทธิ์เฉพาะที่ และแม้ว่าจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด หรือไขสันหลังก็ไม่พบว่ามีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางแต่อย่างใด มีความปลอดภัยในการนำมาใช้รักษาพอสมควร สามารถทำให้รอยย่นที่เกิดจากกล้ามเนื้อ (Dynamic wrinkle) จางลงหรือหายไปได้ชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นรอยย่นบริเวณหน้าผาก, หว่างคิ้ว, ตีนกา, รอยย่นรอบดวงตา รอบปาก และยังมีการใช้เพื่อแก้ไขรูปร่างของใบหน้าที่เหลี่ยมให้ดูเรียวขึ้น โดยใช้โบทูลินุม ท็อกซินในปริมาณที่สูงกว่าที่ใช้ในการแก้ไขรอยย่น ฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อฝ่อ เล็กลง และบางส่วนกลายเป็นพังผืด ซึ่งจะช่วยลดขนาดของกล้ามเนื้อที่ทำให้รูปหน้าเหลี่ยมดูดีขึ้น อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงที่ตามมาคือ กล้ามเนื้อดังกล่าวอ่อนแรงลง ซึ่งมีผลต่อการบดเคี้ยวด้วย

          โบทูลินุม ท็อกซินจะออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน และแสดงผลเต็มที่ภายใน 7-14 วัน โดยผลจะคงอยู่ 4-6 เดือน ขึ้นกับปริมาณยาที่ใช้ และขนาดตลอดจนความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เมื่อยาหมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อจะกลับมาหดตัวตามปกติ รอยย่นต่างๆ ก็จะกลับคืนมา จำเป็นต้องฉีดซ้ำอีก เพื่อคงผลการรักษาไว้ อย่างไรก็ตาม พบว่าการฉีดซ้ำครั้งต่อๆมา ยาจะออกฤทธิ์อยู่ได้นานขึ้น ในทางกลับกัน การฉีดยาถี่เกินไป เช่นทุกเดือน โดยเฉพาะในปริมาณยาที่มาก อาจเกิดสารต้านภูมิขึ้นได้ ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาลดลง

          ผลข้างเคียงที่อาจพบได้บ้าง เช่นอาการเจ็บ บวม บริเวณที่ฉีด มึนศีรษะ หรือคลื่นไส้ พบได้แต่ไม่บ่อยนัก และหลีกเลี่ยงได้ด้วยการใช้เข็มขนาดเล็ก และฉีดอย่างระมัดระวัง ตลอดจนการประคบเย็นก่อนและหลังฉีด อย่างไรก็ตาม ผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ก็มี เช่น อาการหนังตาตก คิ้วตก มุมปากห้อย ตาแห้ง ซึ่งอาการดังกล่าวหายไปได้เอง ภายใน 3-4 เดือน นอกจากผลข้างเคียงและผลแทรกซ้อนที่อาจพบได้แล้ว สิ่งที่ควรคำนึงอีกอย่างหนึ่งก็คือ ค่าใช้จ่ายในการรักษา เนื่องจากยามีราคาแพง ในการรักษารอยย่นบริเวณหางตา หรือรอยตีนกานั้น ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 3000 ถึง 5000 บาท แล้วแต่ปริมาณยาที่ใช้
ในทางผิวหนังนอกจากมีการใช้ โบทูลินุม ท็อกซินเพื่อรักษารอยย่นที่ผิวหนังแล้ว ก็ยังมีการนำมาใช้เพื่อระงับเหงื่อด้วย และได้ผลดีมาก เมื่อเทียบกับวิธีการอื่นๆ โดยเฉพาะเหงื่อที่รักแร้ และฝ่ามือ ผลของยาหลังการรักษา 1 ครั้งอยู่ได้นานกว่า 6 เดือน
สำหรับข้อห้ามในการรักษาก็มี เช่น ห้ามใช้ในคนที่มีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของเลือด หรือกำลังได้รับยากลุ่ม aspirin และ NSAID ซึ่งจำเป็นต้องหยุดยาดังกล่าวก่อน 10-14 วัน, สตรีมีครรภ์ และหญิงระหว่างให้นมบุตร และผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น myasthenia gravis

          ปัจจุบัน โบทูลินุม ท็อกซิน ที่มีใช้ในบ้านเรามี 2 บริษัท คือ Allergan, Ireland ซึ่งผลิตโบทูลินุม ท็อกซินในชื่อ Botox และบริษัท IPSEN Biopharm, UK. ซึ่งผลิตโบทูลินุม ท็อกซินในชื่อ Dysport เนื่องจากเทคโนโลยีในการผลิตที่แตกต่างกันทำให้มีความแตกต่างกันในความแรง และขนาดที่ใช้ โดยที่ให้ผลการรักษาเทียบเคียงกัน และผู้ที่เคยได้รับการรักษาด้วย Botox ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้ Dysport หรือกลับกันก็ได้ในการรักษาครั้งต่อๆมา


คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยในการรักษาด้วย โบทูลินุม ท็อกซิน

ก่อนฉีด

1. ศึกษาข้อมูล และสอบถามจากแพทย์
2. สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
3. ไม่รับประทานยากลุ่มแอสไพริน หรือยาอื่นที่ต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 7 วัน
4. ประคบเย็นบริเวณฉีด เพื่อลดอาการปวดบวม


หลังฉีด

1. ใช้สำลีกดเบาๆ โดยไม่นวดคลึง
2. ประคบเย็นบริเวณที่ฉีด เพื่อลดอาการปวดบวม
3. ไม่คลึง นวด ถู หรือไม่ทำทรีทเมนต์ต่างๆ เช่น ไอออนโตฟอริซิส บริเวณที่ฉีด ภายใน 4 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อป้องกันการกระจายของยาไปบริเวณอื่น
4. ไม่นอนราบภายใน 4 ชั่วโมงหลังฉีด
5. สามารถล้างหน้า แต่งหน้าได้ตามปกติ
6. ควรแสดงสีหน้าบริเวณที่ฉีดบ่อยๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของยา ประมาณ 30 นาทีหลังฉีด


Copyright © 2014. All Rights Reserved.