Aurora

          จากข้อจำกัดของเลเซอร์ ทำให้เลเซอร์แต่ละชนิด มีความจำเพาะกับปัญหาแต่ละอย่าง เมื่อมีปัญหาที่ซับซ้อน เช่น รอยแผลเป็นจากสิว ซึ่งอาจมีทั้งรอยแดง เส้นเลือดฝอย รอยดำ และรอยบุ๋มร่วมกันไป การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง ที่เกิดตามวัยก็เช่นกัน ก็อาจมีทั้งเรื่องของริ้วรอย กระ กระเนื้อ รอยดำ รูขุมขนกว้าง เส้นเลือดฝอยขยายตัว ซึ่งปัญหาเหล่านี้ การใช้เลเซอร์แต่เพียงชนิดใด ชนิดหนึ่ง ไม่สามารถแก้ไขทุกรายละเอียดให้ดูดีขึ้นได้ทั้งหมด จึงจำเป็นที่จะต้องใช้เลเซอร์หลายชนิดร่วมกัน ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง และมีขั้นตอนในการรักษามากขึ้น

          ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการรักษาเพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนเหล่านี้ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ประหยัดทั้งเวลา และค่าใช้จ่าย เทคนิกที่ใช้มีทั้งที่เป็นแสงความเข้มสูงที่มีช่วงคลื่นกว้าง (Intense Pulsed Light, IPL) และที่ไม่ใช่แสง เช่นคลื่นความร้อนที่อยู่ในช่วงคลื่นวิทยุ (Radiofrequnecy: RF) ผลการรักษาที่ได้อยู่ในระดับที่ดี ไม่แตกต่างจากการใช้ เลเซอร์หลายชนิดร่วมกัน อย่างไรก็ตาม การที่ช่วงแสงของ IPL กว้างและมีค่าตัวแปรหลายอย่างที่ส่งผลต่อการรักษา ทำให้ IPL ใช้งานยาก และมีผลที่ไม่ค่อยแน่นอนอีกทั้งผลข้างเคียงก็พบได้บ่อย เช่นอาการไหม้หรือพอง ขณะที่ RF ไม่มีเป้าหมายที่จำเพาะในเนื้อเยื่อ ซึ่งต่างจากเลเซอร์ การควบคุมพลังงานความร้อนที่แผ่กระจายลงไปใต้ผิวหนังให้อยู่ในระดับและตำแหน่งที่ต้องการ จึงมีความสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงดังที่เคยมีรายงานมา เช่น แผลเป็น และอันตรายต่อเส้นประสาท

          ล่าสุด มีการนำเอา แสงความเข้มสูงที่เรียกว่า IPL (Intense Pulsed Light) หรือ เลเซอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีลักษณะจำเพาะกับเป้าหมาย มาใช้ร่วมกับ RF ในเครื่องเดียวกัน โดยอาศัยหลักการของ IPL หรือ เลเซอร์ ในช่วงคลื่นที่จำเพาะกับเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งอาจจะเป็นเม็ดสี หลอดเลือด เส้นขน ฉายนำไปก่อนด้วยพลังงานที่ไม่สูงนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เป้าหมายมีอุณภูมิสูงขึ้น และอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้จะทำให้บริเวณดังกล่าวมีความสามารถในการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้ามากกว่าเนื้อเยื่อข้างเคียง เมื่อฉาย RF ตามไปติดๆ ก็จะทำให้คลื่นความร้อนที่เกิดจากกระแสไฟฟ้า ไปสะสมที่เป้าหมาย คล้ายกับจรวด missile ที่พุ่งเข้าหาเป้าความร้อน หลักการนี้เรียกว่า ElectroOptical Synergy (ELOSTM) ด้วยวิธีการดังกล่าว เป็นการดึงเอาจุดเด่นของ IPL หรือ เลเซอร์ มาร่วมกับจุดเด่นของ RF และลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงของอุปกรณ์แต่ละอย่าง ผลการรักษาที่ได้ นับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจทีเดียว

          eLight หรือ Aurora เป็นเครื่องมือลูกผสม (Hybrid) ระหว่าง IPL กับ RF ซึ่งได้รับการพัฒนามาล่าสุด ที่ให้ผลการรักษาอยู่ในระดับที่ดีมากกับ รอยดำ หลอดเลือด กำจัดขน และริ้วรอยตื้นๆ ตลอดจนรูขุมขนกว้างให้ดีขึ้นได้ ภายหลังการรักษาเพียง 3 ถึง 5 ครั้ง และมีความปลอดภัยสูง ในแง่ของการกำจัดขน สามารถกำจัดขนได้ทั้ง ขนอ่อน และขนเส้นใหญ่ ขนสีอ่อนและขนสีดำ ในทุกสีผิว (อย่างไรก็ตามคนผิวสีอ่อนจะได้ผลดีกว่าคนผิวดำ) นอกจาก Aurora ที่ใช้หลักการของ ELOS แล้ว ยังมีเครื่อง Polaris ที่ใช้หลักการเดียวกัน แต่เป็นลูกผสมระหว่าง Diode Laser กับ RF ซึ่งให้ผลกับผิวหนังในชั้นที่ลึกกว่า เพื่อกำจัดริ้วรอย และกระชับผิวหน้า และยังสามารถรักษาหลอดเลือดดำในขนาดประมาณ 3 มม.ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่มีลักษะเป็นปัญหาเดี่ยว และจำเพาะ เช่น รอยสัก ปานดำ ปานแดง ก็ยังไม่มีวิธีการรักษาอื่นที่ดีกว่าการใช้ เลเซอร์
ในการรักษาด้วย Aurora นั้น สามารถทำได้ทีเดียวทั้งหน้า ซึ่งเรียกว่าทำ Fotofacial RF หรือใช้รักษาเฉพาะบริเวณก็ได้ และไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาก่อน ยกเว้นในคนที่ไวต่อความรู้สึกมากๆ ในการรักษาคนไข้จะต้องทำความสะอาดใบหน้าหรือบริเวณที่จะรับการรักษาให้สะอาดเสียก่อน จากนั้นแพทย์จะทาเจลบางๆ เพื่อเป็นสื่อกระแสไฟฟ้าของ RF แล้วใช้หัวของเครื่องมือสัมผัสกับผิวหนังบริเวณที่ต้องการรักษา เพื่อฉายแสง IPL และคลื่น RF ลงไป ในบริเวณที่รักษา แต่ละแห่งอาจจะต้องฉายซ้ำกัน 1-3 เที่ยวต่อการรักษา 1 ครั้ง หลังการรักษาคนไข้สามารถแต่งหน้า และกลับไปทำงานได้ตามปกติ ผลการรักษาจะสามารถรู้สึกได้หลังจาก 1 สัปดาห์ การรักษาที่จะให้ได้ผลที่ จำเป็นจะต้องรับการรักษาซ้ำประมาณ 3 ถึง 5 ครั้ง คนไข้ที่ต้องห้ามในการรักษาด้วย Aurora ได้แก่คนไข้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ , คนไข้ที่มีโรค หรือรับประทานยาที่ทำให้แพ้แสง ตลอดจนมีประวัติที่เป็นแผลเป็นง่าย หรือได้รับยาที่ต้านการแข็งตัวของเลือด

ผลการรักษาที่สามารถสังเกตได้

1จุดด่างดำ กระ ฝ้า จะจางลง
2 รูขุมขนกระชับขึ้น
3 ผิวเรียบเนียนขึ้น
4 รอยแดง หรือเส้นเลือดที่ผิดปกติลดลง
5 ริ้วรอยลดลง ผิวกระชับขึ้น
6 ในกรณีที่ใช้กำจัดขนสามาถทำได้ทุกสีผิว ทุกสภาพขน

ข้อแนะนำก่อนการรักษาด้วย Aurora

1 ศึกษาข้อมูล และปรึกษาแพทย์
2 หลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ยากันแดดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนรักษา
3 ในกรณีที่ผิวสีเข้ม หรือเข้มขึ้นจากการตากแดด (Tanning) จะต้องใช้ยาเพื่อลดการทำงานของเซลล์สร้างสี 2-4 สัปดาห์ก่อนรักษา
4 ในกรณีที่กำจัดขน ให้โกนขนบริเวณที่ทำการรักษาก่อนล่วงหน้า 1 วัน
5 ล้างหน้า หรือบริเวณที่จะรับการรักษาให้สะอาด ปราศจากเครื่องสำอางค์
6 ในขณะรักษา แพทย์จะทา เจลน้ำ ซึ่งไม่ทำให้แพ้หรือระคายเคือง และจะรู้สึกถึงแสงจ้าๆ ซึ่งฉายมาเป็นระยะ และไม่มีอัตราย แต่ไม่ควรจ้องมองแสงดังกล่าวตรงๆ

ข้อแนะนำหลังการรักษาด้วย Aurora

1 สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ
2 ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 หรือมากกว่า และหลีกเลี่ยงแสงแดด
3 ในกรณีที่มีสะเก็ดเกิดขึ้น ต้องปล่อยให้หลุดเอง ซึ่งจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์
4 ในกรณีที่แพทย์ให้การรักษาด้วยยาต่างๆ ร่วมด้วย สามารถใช้ได้ตามปกติทันที


Copyright © 2014. All Rights Reserved.