ผิวแตกลาย

เชื่อกันมานานแล้วว่า การที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือการที่มีการขยายขนาดอย่างรวดเร็วในวัยรุ่น หรือหญิงตั้งครรภ์เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดการแตกลายที่ผิวหนัง  อย่างไรก็ตามในวารสารทางการแพทย์ผิวหนังอเมริกัน (Journal of American academy of dermatology) ฉบับเดือนธันวาคม ปี 2004 ได้ลงตีพิมพ์รายงานทางการพทย์เรื่องปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดการแตกลายในหญิงตั้งครรภ์ (Risk factor associated with striae gravidarum)
 
          โดยพบอุบัติการท้องลายในหญิงตั้งครรภ์ระหว่าง 50 - 60% โดยกว่า 90% จะเกิดตั้งแต่ครรภ์แรก  ทั้งนี้ ไม่พบว่ามีส่วนสัมพันธ์กับน้ำหนักตัว ไม่ว่าจะเป็นก่อนตั้งครรภ์ หรือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์แต่อย่างใด 
          ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดภาวะท้องลาย ได้แก่ การที่มีประวัติในครอบครัว เช่นมีแม่ที่ท้องลาย ตลอดจนการที่มีผิวหนังแตกลาย ที่บริเวณหน้าอก หรือต้นขามาก่อน นอกจากนั้น การที่เป็นคนผิวสีเข้ม เช่นคนเอเชีย จะมีโอกาสท้องลายเมื่อตั้งครรภ์ มากกว่าคนผิวขาว   สำหรับรอยแตกที่เกิดขึ้นนั้น ในระยะแรกๆ จะมีสีเข้ม โดยออกแดงคล้ำ หรืออมม่วง แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป และรอยแตกนิ่งอยู่ตัวแล้ว ก็จะมีสีขาวซีดๆ และผิวหนังบริเวณนั้นเป็นรอยย่น และบางลง
 
          สำหรับการรักษารอยแตกลายที่ผิวหนังในลักษณะดังกล่าว พบว่าได้ผลค่อนข้างจำกัดโดยการรักษาที่มีผลการศึกษาเปรียบเทียบพบว่า การใช้ Tretinoin cream 0.1% ทาวันละครั้งก่อนนอน ระยะเวลาประมาณ 24 สัปดาห์ ในรายที่รอยแตกลายเพิ่งเป็นมาได้ไม่นาน จะช่วยหยุดกระบวนการดำเนินไปของรอยแตกลาย และยังช่วยให้กลับดีขึ้นได้  เช่นเดียวกับการใช้ Pulsed dye laser หรือ Long pulsed Nd-Yag หรือ Diode laser ซึ่งก็จะช่วยให้รอยแตกลายดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตามผลที่ได้ค่อนข้างจำกัด และไม่ถึงกับหายเป็นปกติ นอกจากนั้น รอยแตกลายที่ตอบสนองดีต่อการรักษาจะต้องเป็นรอยที่เพิ่งเป็นมาไม่นาน  และในคนที่ผิวสีเข้ม จะต้องระวังผลข้างเคียงของการรักษาซึ่งอาจจะทำให้สีผิวบริเวณที่รักษาแตกต่างจากบริเวณข้างเคียง โดยอาจจะเข้มหรืออ่อนกว่าก็ได้


Copyright © 2014. All Rights Reserved.