Fractional Laser

          ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีเทคโนโลยีด้าน laser ใหม่ที่เข้ามาแพร่หลายในบ้านเรา เรียกว่า fractional laser ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้การยิงแสงเลเซอร์เป็นจุดเล็กๆ ขนาดประมาณ 200 ไมครอน จำนวนมาก ต่อพื้นที่ผิวสัมผัสโดยเว้นพ้นที่ว่างระหว่างจุดที่ยิงแสงเลเซอร์ เพื่อให้เป็นผิวหนังปกติที่จะส่งสัญญาณ และสารชีวภาพที่กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้กับผิวหนัง ทั้งนี้ แสงเลเซอร์ที่ใช้อยู่ในช่วงคื่น 1550 nm. ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และดูดซับพลังงานแสงด้วยน้ำที่มีอยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกาย ช่วงคลื่นแสงที่ยาวทำให้ลงไปได้ลึกถึงระดับ 700 ไมครอน ซึ่งเพียงพอสำหรับตลอดความลึกของชั้นหนังแท้ของใบหน้า


          เลเซอร์ดังกล่าวได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ ในข้อบ่งชี้ของการแก้ไขริ้วรอยเหี่ยวย่นบ่นใบหน้า โดยเฉพาะรอบขอบตา กระและจุดด่างดำ ฝ้า นอกจากนี้ ยังสามารถใช้แก้ไขรอยแผลเป็นจากสิวที่ขรุขระไม่เรียบ รอยแผลเป็นจากการผ่าตัด รอยแตกลายได้ผลดีพอสมควร และอยู่ระหว่างขอรับการรับรองในข้อบ่งชี้เหล่านี้ (ที่ผ่านมา เข้าใจว่าไม่มี laser ตัวใดที่ได้รับการรับรองในข้อบ่งชี้ของการรักษาฝ้ามาก่อน) ซึ่งสามารถทำการรักษาได้ทุกสีผิว ผลการรักษาได้รับการอ้างว่าดีกว่าเทคโนโลยีแบบ non ablative ทั้งหลาย (ช่น IPL, long pulsed Nd-Yag, pulsed dyed laer) ให้ผลการรักษาใกล้เคียงกับแบบ ablative เช่น ultrapulsed หรือ silk touch ของ CO2 Laser หรือ Erbium Yag laser แต่ผลข้างเคียงน้อยกว่า (no down time)
ในการรักษา ไม่จำเป็นต้องทำความเย็นให้กับผิวหนังชั้นบนก่อน แต่อาจจะต้องใช้ยาชาชนิดทาร่วมด้วยเพื่อลดอาการเจ็บขณะทำ และในกรณีของ Fraxel จะต้องทาเจลสีฟ้า ลงบนผิวก่อนเพื่อนำทางให้กับเครื่องเลเซอร์ในการปรับค่าที่เหมาะสมในการรักษา (Blue gel guide) หลังทำ มักมีอาการแดง ซึ่งเป็นอยู่ไม่กี่วัน และสีผิวจะเข้มขึ้นชั่วคราวพร้อมกับมีสะเก็ดหลุดลอกออกไป ในการทำแต่ละครั้ง จะมีผิวหนังที่ได้รับแสงอยู่ประมาณ 20-30เปอร์เซนต์ของพื้นที่ที่ยิง ซึ่งต่างจากเลเซอร์อื่นที่จะยิงไปทั้ง 100 เปอร์เซนต์ของพื้นที่ผิวสัมผัส ทั้งนี้ตามหลักการที่กล่าวไปแล้ว โดยปกติ การรักษาจะทำประมาณ 4-5 ครั้ง โดยแต่ละครั้งอาจจะห่างกัน 1-4 สัปดาห์ ตามความเหมาะสม


          ผลข้างเคียงตามข้อมูลของผู้ผลิต มีน้อยมากตามที่ได้กล่าวไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ในการใช้เครื่องมือดังกล่าวมาทำการรักษาเฉพาะที่ เช่นรอยแผลเป็นจากสิว อาจจะต้องระวังปัญหาเรื่องสีผิวหลังจากทำแล้วอาจจะเข้ม หรืออ่อนกว่าผิวหนังข้างเคียงได้ นอกจากนั้น การเกิดรอยแผลเป็น และการติดเชื้อหลังการรักษา ก็เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน


Copyright © 2014. All Rights Reserved.